เลือกเรียนได้ตรงใจ
เลือกเรียนที่…
มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ข้อมูลการสมัครนักศึกษาใหม่
หลักสูตรปริญญาตรี ภาคปกติ และพรีดีกรี(Pre-degree)
ประจำภาคเรียนที่ 1/2565 ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
รับสมัครผ่านระบบของมหาวิทยาลัย(ไม่ใช่ระบบ TCAS)


ส่วนกลาง

เปิดรับสมัครมากกว่า 60 สาขาวิชา ใน 9 คณะหลัก

(คลิกที่ชื่อคณะเพื่อดูแผนกำหนดการศึกษา)

นิติศาสตร์ | บริหารธุรกิจ | รัฐศาสตร์ | เศรษฐศาสตร์ | ศึกษาศาสตร์ | สื่อสารมวลชน | พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ | มนุษยศาสตร์ | วิทยาศาสตร์ |


ส่วนภูมิภาค

สบายใจ สอบใกล้บ้าน ด้วยศูนย์สอบ 38 แห่ง ทั่วประเทศ

(คลิกที่ชื่อคณะเพื่อดูแผนกำหนดการศึกษา)

นิติศาสตร์ | รัฐศาสตร์ | บริหารธุรกิจ | สื่อสารมวลชน



ช่องทางการรับสมัครและวันรับสมัคร

หมายเหตุ
ผู้สมัครที่ต้องการเทียบโอนหน่วยกิต สามารถสมัครได้ผ่านระบบออนไลน์หรือสมัครด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัยเท่านั้น (ห้ามสมัครผ่านระบบไปรษณีย์)

ระเบียบการรับสมัคร และใบสมัคร

การรับสมัครครั้งนี้ไม่มีการจำหน่ายระเบียบการรับสมัคร ผู้สมัครสามารถดาวน์โหลดระเบียบการรับสมัครได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายโดยกดปุ่มที่ปรากฎอยู่ในช่องนี้
หากสมัครผ่านระบบออนไลน์ใบสมัครจะอยู่ในระบบแล้ว / หากสมัครด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัย(Walk-in) สามารถรับใบสมัครได้ ณ จุดรับสมัครที่มหาวิทยาลัย

ประเภทที่รับสมัคร



หลักสูตร ภาคปกติ และพรีดีกรี

  • หน่วยกิตละ 25 บาท*
  • สมัครได้เลย ไม่ใช้คะแนน GAT/PAT, ONET, GPAX ไม่เข้าระบบ TCAS
  • เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยได้
  • ไม่บังคับเข้าชั้นเรียน*
  • นำวุฒิ ม.3 สมัครสะสมหน่วยกิตด้วยระบบพรีดีกรี ควบคู่กับการเรียนชั้น ม.ปลาย(หรือเทียบเท่า)ได้
  • เรียนรามคำแหงควบคู่กับมหาวิทยาลัยอื่นพร้อมๆกันได้
  • มหาวิทยาลัยอื่นแล้วไม่จบ โอนหน่วยกิตมาเรียนต่อที่รามคำแหงได้
  • เรียนดี เทอมต่อไปเรียนฟรีไปเลย !
  • เรียนแล้วไม่ตรงใจ เปลี่ยนคณะสาขาวิชาได้
  • อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ด้วยสื่อออนไลน์
  • มีคณะให้เลือกเรียนเยอะกว่าเมื่อสมัครเรียนส่วนกลาง
  • สอบใกล้บ้านที่ศูนย์สอบ 38 แห่ง เมื่อสมัครเรียนส่วนภูมิภาค

*เราสนับสนุนให้นักศึกษาทุกคนเข้าชั้นเรียน(ในสถานการณ์ปกติที่ไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19) เพื่อรับการเรียนรู้และประสบการณ์การสอนจากคณาจารย์ โดยเฉพาะนักศึกษาที่เรียนในกลุ่มวิชาการสอน(คณะศึกษาศาสตร์) กลุ่มวิชาปฏิบัติการ(คณะวิทยาศาสตร์ คณะสื่อสารมวลชน และอื่นๆ) เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีที่สุด

ข้อมูลสำคัญสำหรับผู้สมัคร

ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ภาคเรียนที่ 1/2565 ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค(พร้อมกัน)
วันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ผ่านระบบออนไลน์
ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย www..ru.ac.th. และ www.techno.ru.ac.th
*ไม่บังคับเข้าร่วมรับฟังการปฐมนิเทศ, รับฟังการปฐมนิเทศย้อนหลังได้, สวมชุดใดก็ได้ขณะร่วมการปฐมนิเทศ

เปิดเทอม 1/2565 : 5 กรกฎาคม 2565

  • สมัครเป็นนักศึกษาภาคปกติ ไม่เกิน 3,750 บาท*
  • สมัครเป็นนักศึกษาระบบพรีดีกรี ไม่เกิน 3,100 บาท*
    *อัตราค่าใช้จ่ายที่ปรากฎนี้ เป็นอัตราค่าสมัครและลงทะเบียนเรียนสูงสุด ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียน
หมายเหตุ
  • *อัตราค่าใช้จ่ายการสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ ที่ปรากฎข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายสูงสุดแปรผลตามหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียน หากลงทะเบียนเรียนวิชาน้อยค่าใช้จ่ายจะน้อยลงด้วย โดยค่าใช้จ่ายนี้ประกอบด้วย(1)ค่าบำรุงการศึกษา, (2)ค่าธรรมแรกเข้าเป็นนักศึกษา, (3)ค่าทำบัตรประจำตัวนักศึกษา, (4)ค่าขึ้นทะเบียนนักศึกษา, (5)ค่าบริการสารสนเทศ, (6)ค่าหน่วยกิตลงทะเบียนเรียน, (7)ค่าธรรมเนียมการสอบ(เฉพาะผู้สมัครส่วนภูมิภาค)
  • อัตราค่าใช้จ่ายการสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ไม่รวม ค่าหนังสือ ชุดนักศึกษา ประกันภัย ฯลฯ ซึ่งนักศึกษาจะซื้อเพิ่มเติมหรือไม่ก็ได้
  • ดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายการสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ทั้งหมด คลิกที่นี่
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่มีหอพักนักศึกษา(หอใน)ให้บริการ แต่มีโครงการ “หอพักติดดาว” เป็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัยและผู้ให้บริการหอพักเอกชนโดยรอบ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมากและบางนา ประเมินคุณภาพหอพักเป็นระดับต่างๆ คลิกที่นี่

หลักฐานที่ใช้สมัครเป็นนักศึกษาใหม่

กรณีสมัครด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัย

นักศึกษาภาคปกติ, เทียบโอนหน่วยกิต
  1. ใบสมัคร (ม.ร.2)*
  2. แบบแสดงความยินยอมในการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล* 
  3. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้วหรือ 1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  4. สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ (กรณีเทียบโอนหน่วยกิต ให้เตรียมสำเนา 4 ฉบับ)
    “วุฒิการศึกษาต้องระบุการจบหลักสูตรและวันที่สำเร็จการศึกษาแล้วเท่านั้น”
    4.1 กรณีเปลี่ยนชื่อ, สกุล, คำนำหน้านาม, ยศ ให้แนบสำเนาการเปลี่ยนดังกล่าว ให้เท่ากับจำนวนวุฒิการศึกษาและเย็บติดกันเป็นชุด (ถ้ามี)
  5. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ
  6. ใบรับรองแพทย์ (“ใบรับรองแพทย์ทั่วไป” ขอได้ทั้งจากคลินิกหรือโรงพยาบาล ของรัฐหรือเอกชนแห่งใดก็ได้)
  7. แผ่นระเบียนประวัตินักศึกษา (ม.ร.25)*

หมายเหตุ
* = มหาวิทยาลัยจะแจกเอกสารนี้ให้แก่ผู้สมัคร ณ จุดรับสมัคร

โอนย้ายสถาบัน(ไม่จบการศึกษาจากสถาบันเดิม)
  1. ใบสมัคร (ม.ร.2)*
  2. แบบแสดงความยินยอมในการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล* 
  3. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้วหรือ 1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  4. สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ (ปพ.1 จบม.6)
    “วุฒิการศึกษาต้องระบุการจบหลักสูตรและวันที่สำเร็จการศึกษาแล้วเท่านั้น”
    4.1 กรณีเปลี่ยนชื่อ, สกุล, คำนำหน้านาม, ยศ ให้แนบสำเนาการเปลี่ยนดังกล่าว ให้เท่ากับจำนวนวุฒิการศึกษาและเย็บติดกันเป็นชุด (ถ้ามี)
  5. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ
  6. ใบรับรองแพทย์ (“ใบรับรองแพทย์ทั่วไป” ขอได้ทั้งจากคลินิกหรือโรงพยาบาล ของรัฐหรือเอกชนแห่งใดก็ได้)
  7. แผ่นระเบียนประวัตินักศึกษา (ม.ร.25)*
    หลักฐานที่ประกอบการเทียบโอนหน่วยกิตโอนย้ายสถาบัน
    – สำเนาใบลาออกจากสถาบันเดิม
    – สำเนาทรานสคริปท์(Transcipt) หรือคำอธิบายรายวิชา (Course Description) จำนวน 4 ชุด

หมายเหตุ
* = มหาวิทยาลัยจะแจกเอกสารนี้ให้แก่ผู้สมัคร ณ จุดรับสมัคร

นักศึกษาระบบพรีดีกรี (Pre-Degree)
  1. ใบสมัคร (ม.ร.2)*
  2. แบบแสดงความยินยอมในการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล* 
  3. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้วหรือ 1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  4. สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ
    “วุฒิการศึกษาต้องระบุการจบหลักสูตรและวันที่สำเร็จการศึกษาแล้วเท่านั้น”
    หากผู้สมัครกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, กศน.ม.ปลาย, ปวช. ให้ยื่นสำเนาวุฒิจบ ม.3 สมัครเรียน (ใบ ปพ.1 ที่ระบุวันสำเร็จการศึกษา หรือประกาศนียบัตรจบฯ(ปพ.2)
  5. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ
  6. แผ่นระเบียนประวัตินักศึกษา (ม.ร.25)*

หมายเหตุ
* = มหาวิทยาลัยจะแจกเอกสารนี้ให้แก่ผู้สมัคร ณ จุดรับสมัคร


เอกสารประกอบการสมัครทางอินเทอร์เน็ต

สำหรับผู้ที่ทำการสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ทางระบบอินเทอร์เน็ต จะต้องอัพโหลดเอกสารการสมัครเข้าสู่ระบบรับสมัคร (โปรดเตรียมไฟล์เอกสารเพื่ออัพโหลด รองรับเฉพาะไฟล์ JPG./PDF. ขนาดไม่เกิน 4 MB)

  1. ใบสมัคร (ดาวน์โหลดได้จากระบบรับสมัครเมื่อบันทึกข้อมูลแล้ว)
  2. รูปถ่ายสี (สวมชุดสุภาพ) ขนาด 1.5 นิ้วหรือ 2 นิ้ว พร้อมลงชื่อผู้สมัคร
  3. สำเนาวุฒิการศึกษาถ่ายสำเนาด้านหน้า – ด้านหลัง
    *กรณีเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล  ให้แนบสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล หรือทะเบียนสมรส หรือทะเบียนหย่า (แล้วแต่กรณี) จะต้องแนบเอกสารดังกล่าวด้วย
  4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่หน่วยงานราชการออกให้ (กรณีใช้คำนำหน้านามเป็น ยศ ให้แนบสำเนาบัตรข้าราชการหรือคำสั่งแต่งตั้งที่เป็น ยศ ปัจจุบัน)
  5. กรณีเป็นพระภิกษุ สามเณร ให้ส่งสำเนาใบสุทธิ หน้า 2,3,4,5 หรือในกรณีที่ไม่มีใบสุทธิให้แนบใบรับรองการอุปสมบทแทน
  6. หลักฐานการชำระเงิน  (กรณีที่สมัครเรียนแบบเทียบโอนหน่วยกิต ต้องรอให้คณะอนุมัติการเทียบโอนภายใน 3 วันทำการ แล้วจึงจะสามารถชำระเงินได้)

ให้ผู้สมัครลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง ก่อนทำการอัพโหลดเอกสารประกอบการสมัคร
โปรดตรวจสอบว่าเอกสารมีความถูกต้อง ชัดเจน ไม่มัว ไม่ขาดส่วนสำคัญ ก่อนอัพโหลดเพื่อประโยชน์ของตัวท่าน

  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่วนกลาง ประกอบด้วย 2 วิทยาเขต ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่
    • วิทยาเขตหัวหมาก (รามฯ 1) เป็นที่ทำการหลักของมหาวิทยาลัย และเป็นที่ทำการของคณะทุกคณะ ตั้งอยู่ที่ ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมากเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร (ติดกับการกีฬาแห่งประเทศไทย และราชมังคลากีฬาสถาน)
    • วิทยาเขตปัจฉิมสวัสดิ์ หรือ บางนา (รามฯ 2)เป็นสถานที่เรียน มีห้องเรียนของกลุ่มวิชาพื้นฐาน ตั้งอยู่ที่ แขวงดอกไม้ เขตประเวศกรุงเทพมหานคร
  • ผู้ที่สนใจจะสมัครเรียนเป็นนักศึกษา ภาคปกติ ส่วนกลาง จะสามารถเลือกเรียนในหลักสูตรปริญญาตรีภาคปกติ ได้แก่
    • คณะนิติศาสตร์
    • คณะบริหารธุรกิจ
    • คณะรัฐศาสตร์
    • คณะมนุษยศาสตร์
    • คณะศึกษาศาสตร์
    • คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
    • คณะเศรษฐศาสตร์
    • คณะวิทยาศาสตร์
    • คณะสื่อสารมวลชน
      สามารถดูรายละเอียดของ หลักสูตร/คณะ/สาขาวิชา ที่เปิดรับสมัครได้จาก”ระเบียบการรับสมัคร” หรือ คลิกที่นี่
  • นอกจากนี้ยังมีคณะที่เปิดหลักสูตรพิเศษ(ภาคพิเศษ/โครงการพิเศษ) อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์,คณะทัศนมาตรศาสตร์, คณะศิลปกรรมศาสตร์,คณะธุรกิจการบริการ ฯลฯ  ซึ่งคณะเหล่านี้แยกส่วนการศึกษากับภาคปกติ และไม่ใช้ระบบการรับสมัครเดียวกัน หากสนใจศึกษาภาคพิเศษโปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากคณะที่สนใจศึกษาต่อโดยตรงหรือ คลิกที่นี่

นักศึกษาส่วนกลาง

  • นักศึกษาที่สมัครเรียนใหม่ จะได้เรียนที่ใด ?
    • ช่วงสถานการณ์ปกติ (ไม่มีโควิด-19)
      นักศึกษามีโอกาสจะเรียนได้ที่ รามฯ1 หรือ รามฯ2 ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานที่การบรรยายแต่ละวิชา เช่น กลุ่มวิชาพื้นฐานส่วนใหญ่จะใช้ห้องเรียนที่ รามฯ2 หรือกลุ่มวิชาเอกจะใช้ห้องเรียนที่ รามฯ1 เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนักศึกษาไม่สามารถเลือกเรียนเฉพาะที่รามฯ 1 หรือ รามฯ2 เพียงสถานที่เดียวได้
    • ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ใช้ระบบการเรียนออนไลน์
      ขณะนี้มหาวิทยาลัยใช้ระบบการเรียนออนไลน์ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมหาวิทยาลัยมีสื่อการเรียนผ่านระบบออนไลน์ เช่น ถ่ายทอดสดคำบรรยายจากห้องเรียน(Cyber Classroom), วิดีโอคำบรรยายย้อนหลัง(Course On-demand) โดยเข้าไปใช้บริการได้ที่ www.ru.ac.th/Media
    • ศึกษาด้วยตนเอง
      หลักสูตรปริญญาตรี ภาคปกติ และพรีดีกรี ส่วนใหญ่ไม่บังคับเข้าชั้นเรียน ดังนั้นนักศึกษาสามารถใช้สื่อออนไลน์/หนังสือ/ตำราเรียน เพื่อศึกษาด้วยตนเองก็ได้ (สาขาวิชาที่แนะนำให้เข้าเรียนได้แก่ คณะศึกษาศาสตร์, วิทยาศาสตร์, วิชาที่มีปฏิบัติการ(Lab) จะมีโอกาสสอบผ่านมากขึ้น)
  • เวลาเรียน
    การจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรภาคปกติ ส่วนกลาง
    จัดการเรียนเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ (เวลา 7.20-17.20 น. ตามตารางบรรยาย)
    ในสถานการณ์ปกติจะใช้ห้องบรรยาย ณ รามคำแหงหัวหมาก และวิทยาเขตบางนา (รามฯ1-2 กรุงเทพฯ) 
    หากนักศึกษาไม่ต้องการเข้าเรียนให้ใช้สื่อการเรียนรูปแบบอื่นๆแทนได้

มหาวิทยาลัยจะกำหนดวันสอบไล่ปลายภาค และวันสอบอื่นๆ ให้นักศึกษาทราบจากปฏิทินการศึกษาล่วงหน้า

  • ในช่วงสถานการณ์ปกติ(ไม่มีโควิด-19)
    นักศึกษาจะต้องมาสอบที่มหาวิทยาลัย (กรุงเทพฯ เท่านั้น : รามฯ1 หรือ รามฯ2)
    จัดให้สอบทุกวันจันทร์-อาทิตย์ (หยุดเฉพาะวันนักขัตฤกษ์)
  • ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
    จัดสอบผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น (ไม่มีการสอบที่มหาวิทยาลัย จะสอบออนไลน์ที่ไหนก็ได้)
    จัดให้สอบเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์

*ขณะนี้ใช้การสอบออนไลน์ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ภาคเรียนที่ 1/2565 ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค(พร้อมกัน)
วันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ผ่านระบบออนไลน์
ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย www..ru.ac.th. และ www.techno.ru.ac.th
*ไม่บังคับเข้าร่วมรับฟังการปฐมนิเทศ, รับฟังการปฐมนิเทศย้อนหลังได้, สวมชุดใดก็ได้ขณะร่วมการปฐมนิเทศ

เปิดเทอม 1/2565 : 5 กรกฎาคม 2565

  • สมัครเป็นนักศึกษาภาคปกติ ไม่เกิน 4,730 บาท*
  • สมัครเป็นนักศึกษาระบบพรีดีกรี ไม่เกิน 4,080 บาท*
    *อัตราค่าใช้จ่ายที่ปรากฎนี้ เป็นอัตราค่าสมัครและลงทะเบียนเรียนสูงสุด ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียน
หมายเหตุ
  • *อัตราค่าใช้จ่ายการสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ ที่ปรากฎข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายสูงสุดแปรผลตามหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียน หากลงทะเบียนเรียนวิชาน้อยค่าใช้จ่ายจะน้อยลงด้วย โดยค่าใช้จ่ายนี้ประกอบด้วย(1)ค่าบำรุงการศึกษา, (2)ค่าธรรมแรกเข้าเป็นนักศึกษา, (3)ค่าทำบัตรประจำตัวนักศึกษา, (4)ค่าขึ้นทะเบียนนักศึกษา, (5)ค่าบริการสารสนเทศ, (6)ค่าหน่วยกิตลงทะเบียนเรียน, (7)ค่าธรรมเนียมการสอบ(เฉพาะผู้สมัครส่วนภูมิภาค)
  • อัตราค่าใช้จ่ายการสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ไม่รวม ค่าหนังสือ ชุดนักศึกษา ประกันภัย ฯลฯ ซึ่งนักศึกษาจะซื้อเพิ่มเติมหรือไม่ก็ได้
  • ดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายการสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ทั้งหมด คลิกที่นี่

หลักฐานที่ใช้สมัครเป็นนักศึกษาใหม่

กรณีสมัครด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัย

นักศึกษาภาคปกติ, เทียบโอนหน่วยกิต
  1. ใบสมัคร (ม.ร.2)*
  2. แบบแสดงความยินยอมในการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล* 
  3. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้วหรือ 1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  4. สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ (กรณีเทียบโอนหน่วยกิต ให้เตรียมสำเนา 4 ฉบับ)
    “วุฒิการศึกษาต้องระบุการจบหลักสูตรและวันที่สำเร็จการศึกษาแล้วเท่านั้น”
    4.1 กรณีเปลี่ยนชื่อ, สกุล, คำนำหน้านาม, ยศ ให้แนบสำเนาการเปลี่ยนดังกล่าว ให้เท่ากับจำนวนวุฒิการศึกษาและเย็บติดกันเป็นชุด (ถ้ามี)
  5. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ
  6. ใบรับรองแพทย์ (“ใบรับรองแพทย์ทั่วไป” ขอได้ทั้งจากคลินิกหรือโรงพยาบาล ของรัฐหรือเอกชนแห่งใดก็ได้)
  7. แผ่นระเบียนประวัตินักศึกษา (ม.ร.25)*

หมายเหตุ
* = มหาวิทยาลัยจะแจกเอกสารนี้ให้แก่ผู้สมัคร ณ จุดรับสมัคร

โอนย้ายสถาบัน(ไม่จบการศึกษาจากสถาบันเดิม)
  1. ใบสมัคร (ม.ร.2)*
  2. แบบแสดงความยินยอมในการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล* 
  3. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้วหรือ 1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  4. สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ (ปพ.1 จบม.6)
    “วุฒิการศึกษาต้องระบุการจบหลักสูตรและวันที่สำเร็จการศึกษาแล้วเท่านั้น”
    4.1 กรณีเปลี่ยนชื่อ, สกุล, คำนำหน้านาม, ยศ ให้แนบสำเนาการเปลี่ยนดังกล่าว ให้เท่ากับจำนวนวุฒิการศึกษาและเย็บติดกันเป็นชุด (ถ้ามี)
  5. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ
  6. ใบรับรองแพทย์ (“ใบรับรองแพทย์ทั่วไป” ขอได้ทั้งจากคลินิกหรือโรงพยาบาล ของรัฐหรือเอกชนแห่งใดก็ได้)
  7. แผ่นระเบียนประวัตินักศึกษา (ม.ร.25)*
    หลักฐานที่ประกอบการเทียบโอนหน่วยกิตโอนย้ายสถาบัน
    – สำเนาใบลาออกจากสถาบันเดิม
    – สำเนาทรานสคริปท์(Transcipt) หรือคำอธิบายรายวิชา (Course Description) จำนวน 4 ชุด

หมายเหตุ
* = มหาวิทยาลัยจะแจกเอกสารนี้ให้แก่ผู้สมัคร ณ จุดรับสมัคร

นักศึกษาระบบพรีดีกรี (Pre-Degree)
  1. ใบสมัคร (ม.ร.2)*
  2. แบบแสดงความยินยอมในการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล* 
  3. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้วหรือ 1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  4. สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ
    “วุฒิการศึกษาต้องระบุการจบหลักสูตรและวันที่สำเร็จการศึกษาแล้วเท่านั้น”
    หากผู้สมัครกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, กศน.ม.ปลาย, ปวช. ให้ยื่นสำเนาวุฒิจบ ม.3 สมัครเรียน (ใบ ปพ.1 ที่ระบุวันสำเร็จการศึกษา หรือประกาศนียบัตรจบฯ(ปพ.2)
  5. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ
  6. แผ่นระเบียนประวัตินักศึกษา (ม.ร.25)*

หมายเหตุ
* = มหาวิทยาลัยจะแจกเอกสารนี้ให้แก่ผู้สมัคร ณ จุดรับสมัคร


เอกสารประกอบการสมัครทางอินเทอร์เน็ต

สำหรับผู้ที่ทำการสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ทางระบบอินเทอร์เน็ต จะต้องอัพโหลดเอกสารการสมัครเข้าสู่ระบบรับสมัคร (โปรดเตรียมไฟล์เอกสารเพื่ออัพโหลด รองรับเฉพาะไฟล์ JPG./PDF. ขนาดไม่เกิน 4 MB)

  1. ใบสมัคร (ดาวน์โหลดได้จากระบบรับสมัครเมื่อบันทึกข้อมูลแล้ว)
  2. รูปถ่ายสี (สวมชุดสุภาพ) ขนาด 1.5 นิ้วหรือ 2 นิ้ว พร้อมลงชื่อผู้สมัคร
  3. สำเนาวุฒิการศึกษาถ่ายสำเนาด้านหน้า – ด้านหลัง
    *กรณีเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล  ให้แนบสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล หรือทะเบียนสมรส หรือทะเบียนหย่า (แล้วแต่กรณี) จะต้องแนบเอกสารดังกล่าวด้วย
  4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่หน่วยงานราชการออกให้ (กรณีใช้คำนำหน้านามเป็น ยศ ให้แนบสำเนาบัตรข้าราชการหรือคำสั่งแต่งตั้งที่เป็น ยศ ปัจจุบัน)
  5. กรณีเป็นพระภิกษุ สามเณร ให้ส่งสำเนาใบสุทธิ หน้า 2,3,4,5 หรือในกรณีที่ไม่มีใบสุทธิให้แนบใบรับรองการอุปสมบทแทน
  6. หลักฐานการชำระเงิน  (กรณีที่สมัครเรียนแบบเทียบโอนหน่วยกิต ต้องรอให้คณะอนุมัติการเทียบโอนภายใน 3 วันทำการ แล้วจึงจะสามารถชำระเงินได้)

ให้ผู้สมัครลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง ก่อนทำการอัพโหลดเอกสารประกอบการสมัคร
โปรดตรวจสอบว่าเอกสารมีความถูกต้อง ชัดเจน ไม่มัว ไม่ขาดส่วนสำคัญ ก่อนอัพโหลดเพื่อประโยชน์ของตัวท่าน

หมายเหตุ:

กรณีสมัครแบบเทียบโอนหน่วยกิต ให้นักศึกษามาดำเนินการติดต่อคณะเรื่องเทียบโอนหน่วยกิต
เมื่อทราบรหัสประจำตัวนักศึกษา และสามารถพิมพ์ใบเสร็จลงทะเบียนเรียนได้เรียบร้อยเเล้ว
เอกสารที่ต้องนำมาติดต่อคณะ
1. วุฒิการศึกษาที่ใช้ในการสมัครเรียน
– นักศึกษา 8 สมัครใหม่
– นักศึกษาที่หมดสถานภาพการเป็นนักศึกษา (เพราะไม่ได้ลงทะเบียนเรียนติดต่อกัน 2 ภาคเรียน)
– เคยศึกษาเป็นรายกระบวนวิชา (Pre-Degree)
*จากมหาวิทยารามคำแหง ให้นำทรานสคริปต์ (Transcript) ไม่จบมาด้วย*

2. กรณีเทียบโอนประเภทย้าย-โอนจากสถาบันอื่น (ไม่สำเร็จการศึกษา)
– ใบรับรองผลการศึกษา(Transcript) จากสถาบันเดิม พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
– คำอธิบายรายวิชา (Course Description) 1 ชุด
– ใบลาออกจากสถาบันเดิม 1 ฉบับ

  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีสถานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ เรียกว่า “สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ” จำนวน 23 แห่ง ได้แก่
    • ภาคเหนือ (เชียงราย, เชียงใหม่, แพร่)
    • ภาคกลาง (สุโขทัย, ลพบุรี, เพชรบูรณ์, อุทัยธานี)
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อุดรธานี, นครพนม, หนองบัวลำภู, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, สุรินทร์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ)
    • ภาคตะวันออก (ปราจีนบุรี)
    • ภาคตะวันตก (กาญจบุรี)
    • ภาคใต้ (พังงา, นครศรีธรรมราช, ตรัง, สงขลา)
  • นักศึกษาที่สมัครเรียนใหม่จะได้เรียนที่ใด ?
    มหาวิทยาลัยจัดห้องเรียนทุกกระบวนวิชาให้กับนักศึกษาส่วนภูมิภาคในรูปแบบเทปคำบรรยาย
    – หากนักศึกษาประสงค์จะเข้าฟังบรรยาย สามารถเข้าไปฟังบรรยายตามตารางเรียน ณ สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ 23 แห่งทั่วประเทศ
    – ฟังคำบรรยาย ผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่ www.ru.ac.th/th/page?view=Media
    *มหาวิทยาลัยไม่บังคับให้นักศึกษาเข้าฟังบรรยาย
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดหลักสูตรปริญญาตรี ภาคปกติ ส่วนภูมิภาค ใน 4 คณะ/สาขาวิชา คือ
    • คณะนิติศาสตร์ สาขาวิชานิติศาสตร์
    • คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการ
    • คณะรัฐศาสตร์ กลุ่มวิชาบริหารรัฐกิจ
    • คณะสื่อสารมวลชน สาขาวิชาสื่อสารมวลชน
  • นักศึกษาที่สมัครเรียนใหม่ จะได้เรียนที่ใด ?
    • ในสถานการณ์ปกติ(ไม่มีโควิด-19) – ไม่บังคับเข้าชั้นเรียน
      มหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่วนภูมิภาค จะจัดห้องบรรยายทุกกระบวนวิชา ณ สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ 23 แห่ง โดยใช้รูปแบบเทปวิดีโอคำบรรยายจากอาจารย์ผู้สอน นักศึกษาสามารถเข้าฟังบรรยายตามเวลาที่ระบุไว้ใน “ตารางคำบรรยาย”
    • เรียนผ่านระบบออนไลน์
      มหาวิทยาลัยมีสื่อการเรียนผ่านระบบออนไลน์ เช่น ถ่ายทอดสดคำบรรยายจากห้องเรียน(Cyber Classroom), วิดีโอคำบรรยายย้อนหลัง(Course On-demand) โดยเข้าไปที่ www.ru.ac.th/Media
    • ศึกษาด้วยตนเอง
      หลักสูตรปริญญาตรี ภาคปกติ และพรีดีกรี ส่วนใหญ่ไม่บังคับเข้าชั้นเรียน ดังนั้นนักศึกษาสามารถใช้สื่อออนไลน์/หนังสือ/ตำราเรียน เพื่อศึกษาด้วยตนเองก็ได้
  • เวลาเรียน
    การจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรภาคปกติ ส่วนภูมิภาค
    จัดการเรียนเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ (เวลา 8.00-16.20 น. ตามตารางบรรยาย)
    เป็นการบรรยายผ่านสื่อวิดีโอ ถ่ายทอดสัญญาจากรามคำแหงหัวหมาก ไปยังห้องเรียนของสาขาวิทยบริการฯ 23 แห่ง, หากนักศึกษาไม่ต้องการเข้าเรียน ณ สาขาวิทยบริการฯ สามารถเข้าฟังบรรยายออนไลน์ หรือใช้สื่อการเรียนรูปแบบอื่นๆแทนได้

มหาวิทยาลัยจะกำหนดวันสอบไล่ปลายภาค และวันสอบอื่นๆ ให้นักศึกษาทราบจากปฏิทินการศึกษาล่วงหน้า

  • ในช่วงสถานการณ์ปกติ(ไม่มีโควิด-19)
    นักศึกษาจะต้องมาสอบที่ศูนย์สอบของมหาวิทยาลัยรามคำแหง แห่งต่าง ๆ 41 แห่ง โดยนักศึกษาเป็นผู้เลือกศูนย์สอบเองตามความสะดวก แห่งใดก็ได้​ (ยกเว้นกรุงเทพฯ) โดยเปลี่ยนศูนย์สอบได้ทุกภาคเรียน (รายชื่อศูนย์สอบ คลิก)
    จัดให้สอบทุกเฉพาะเสาร์-อาทิตย์
  • ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
    จัดสอบผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น (ไม่มีการสอบที่มหาวิทยาลัย จะสอบออนไลน์ที่ไหนก็ได้)
    จัดให้สอบเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์

*ขณะนี้ใช้การสอบออนไลน์ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

รูปแบบการเรียน สื่อการเรียน ต้องเข้าเรียนไหม ?

หลักสูตรปริญญาตรี ภาคปกติ ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่วนใหญ่ไม่บังคับเข้าชั้นเรียน ถึงแม้ว่าจะไม่บังคับเข้าชั้นเรียน แต่ถ้าต้องการเข้าห้องเรียนเพื่อฟังบรรยาย มหาวิทยาลัยก็จัดห้องเรียนให้นักศึกษาได้เข้าเรียนตามปกติ โดยอาจารย์ผู้สอนจะสอนสดทุกกระบวนวิชา (โดยนักศึกษาสามารถเข้าฟังบรรยายได้ตามตารางเรียน) โดยสื่อการเรียนที่มีให้บริการ ได้แก่

…ถือว่าเราประสบความสำเร็จอีกขั้นนึงในชีวิต และเป็นความตั้งใจอยู่แล้วว่า อยากจะจบปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ เพราะมีความสนใจ มีความใฝ่ฝันตอนเด็กว่าอยากเป็นนักการฑูต…
อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ (ทับทิม)
มหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์
เรียนที่ ม.ราม รับผิดชอบได้ด้วยตัวเอง เราอ่านหนังสือเองได้ ที่นี่มีเรียนออนไลน์ด้วย มีหลายๆวิชาต้องเข้าไปเรียนด้วย โดยรวมแล้วรับผิดชอบตัวเองได้ดี
(ปอ อรรณพ เรียนจบปริญญาตรี ภายใน 3 ปีครึ่ง ขณะนี้กำลังเรียนต่อปริญญาโท รัฐศาสตร์ รามคำแหง)
อรรณพ ทองบริสุทธิ์ (ปอ AF/MasterChef)
บัณฑิตคณะสื่อสารมวลชน
…โบว์ดีใจมากๆ ที่เรียนจบแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ดีใจกับเรา แต่ไม่ค่อยแสดงออก โบว์ใช้เวลาเรียน 4 ปี จบตามเกณฑ์ ที่ผ่านมาเรียนหนักพอสมควร เพราะทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย โชคดีมีเพื่อนช่วย เลยไม่เคยรู้สึกท้อเรื่องเรียน…
เมลดา สุศรี (โบว์)
บัณฑิตคณะสื่อสารมวลชน
มหาวิทยาลัยให้โอกาสกับทุกคนค่ะ ตั้งใจว่าหลังจากนี้จะมุ่งเรียนปริญญาโทในสาขาวิชาที่หลากหลายออกไป ที่มองไว้น่าจะเป็นคณะบริหารธุรกิจ เพราะชื่อมั่นว่าการเรียนหลากหลายสาขาวิชาจะช่วยให้เราสามารถนำความรู้มาใช้ประโยชน์ได้รอบด้านด้วย
พรพิมล เฟื่องฟุ้ง (เปาวลี)
บัณฑิตคณะสื่อสารมวลชน

เปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์แล้ว วันนี้!

กำหนดอนาคตทางการเรียนด้วยตัวเองที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ดูขั้นตอนการสมัคร คลิกที่นี่


หลักสูตรป.ตรี ภาคปกติ และพรีดีกรี ที่น่าสนใจ

สมัครผ่านระบบออนไลน์ได้เลย


คำถามที่พบบ่อย : FAQ

ข้อมูลในเว็บไซต์นี้เป็นข้อมูลการรับสมัคร ป.ตรี(ภาคปกติ) และพรีดีกรี ไม่ใช่ระบบ TCAS

ความแตกต่างของระบบการรับสมัครทั้งสองแบบ ดังตาราง (ถ้าตารางทับซ้อนกันให้หมุนจอเป็นแนวนอน)

ระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัยระบบ TCAS
ระดับที่เปิดรับสมัครปริญญาตรี ภาคปกติ และพรีดีกรี
ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ปริญญาตรี
สาขาวิชาที่เปิดรับสมัคร9 คณะหลัก กว่า 60 สาขาวิชา เฉพาะ 6 คณะ ใน 13 สาขาวิชาเท่านั้น
ช่องทางการสมัครสมัครผ่านระบบของมหาวิทยาลัย
www.iregis2.ru.ac.th
สมัครผ่านระบบ my TCAS
www.mytcas.com
วิธีการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาไม่มีการสอบคัดเลือก
สมัครเสร็จสิ้นจะได้สถานภาพนักศึกษาทันที
คัดเลือกตามรอบที่่กำหนดไว้ 4 รอบ คือ
Portfolio / Quota / Admission / รับตรง
ดูรายละเอียดการรับสมัครดูได้เลยที่เว็บไซต์ที่คุณเปิดอยู่ตอนนี้ได้เลยwww.aroundram.com/tcas65
ใช่ สมัครเสร็จแล้วก็จะมีสถานภาพการเป็นนักศึกษาเลย รอเข้าเรียนตอนเปิดเทอมได้เลย*

ทั้งนี้ การจะมีสถานภาพการเป็นนักศึกษา ต้องดำเนินการสมัครให้เสร็จสิ้น/ครบถ้วน/ตามกำหนดเวลา ทุกขั้นตอนก่อนด้วย

ขั้นตอนการสมัครแบบออนไลน์ แบบไม่เทียบโอนหน่วยกิต (เสร็จสิ้นภายใน 5-7 วันทำการ)
1. กรอกข้อมูลการสมัครในระบบรับสมัคร
2. เลือกวิชาลงทะเบียนเรียน
3. ชำระเงินค่าสมัครและค่าลงทะเบียนเรียน
4. อัพโหลดหลักฐานส่วนตัว, หลักฐานการศึกษา, หลักฐานการชำระเงินเข้าสู่ระบบ
5. รอการตรวจสอบจากมหาวิทยาลัย หากหลักฐานครบถ้วน มหาวิทยาลัยก็จะออกรหัสประจำตัวนักศึกษาและใบเสร็จชำระเงินให้ ซึ่งพอถึงตรงนี้ก็มีสถานภาพการเป็นนักศึกษาแล้ว รอเปิดเทอมเรียนได้เลย (เสร็จสิ้นทุกขั้นตอนภายใน 5-7 วันทำการ)

ขั้นตอนการสมัครแบบออนไลน์ แบบเทียบโอนหน่วยกิต (เสร็จสิ้นภายใน 5-7 วันทำการ)
1. กรอกข้อมูลการสมัครในระบบรับสมัคร
2. เลือกวิชาลงทะเบียนเรียน
3. อัพโหลดหลักฐานการศึกษาเข้าสู่ระบบ ให้จนท.ตรวจสอบวิชาการเทียบโอน
4. จนท.อนุมัติวิชาการลงทะเบียนเรียน
5. ชำระเงิน และอัพโหลดเอกสารอื่นๆเข้าสู่ระบบ
6. รอการตรวจสอบจากมหาวิทยาลัยครั้งสุดท้าย หากหลักฐานครบถ้วน มหาวิทยาลัยก็จะออกรหัสประจำตัวนักศึกษาและใบเสร็จชำระเงินให้ ซึ่งพอถึงตรงนี้ก็มีสถานภาพการเป็นนักศึกษาแล้ว รอเปิดเทอมเรียนได้เลย

ขั้นตอนการสมัคร แบบเทียบโอน/ไม่เทียบโอน ที่มหาวิทยาลัย (เสร็จสิ้นภายในวันที่สมัคร)
1. กรอกข้อมูลการสมัคร
2. ตรวจสอบหลักฐานการสมัคร
4. ออกรหัสประจำตัวนักศึกษา
5. ลงทะเบียนเรียน/เลือกวิชาเทียบโอนหน่วยกิต
6. ชำระเงิน มีสถานภาพการเป็นนักศึกษาทันที ใช้เวลาการสมัครทุกกระบวนการประมาณ 1 ชม. เสร็จสิ้นภายในวันที่สมัคร

ภาพหน้าจอ ขั้นตอนการสมัครผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
คุณสมบัติผู้มีสิทธิเทียบโอนหน่วยกิต

ผู้สมัครสามารถศึกษารายละเอียดของผู้มีสิทธิขอเทียบโอนผลการเรียน ได้จาก “ระเบียบการรับสมัคร(ส่วนกลาง)” หน้า 453 ข้อ 6 เป็นต้นไป โดยในหน้าเว็บไซต์ของระบบรับสมัครออนไลน์ จะปรากฎประเภทคุณสมบัติ(ดังภาพ) ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • จบการศึกษาสถาบันอื่น (อนุปริญญา หรือเทียบเท่าขึ้นไป)
    หมายถึง ผู้ที่จบการศึกษาตั้งแต่ระดับ ปวส. เป็นต้นไป(เช่น ปวส. ปริญญาตรี, โท, เอก) สามารถทำใบบันทึกผลการเรียนเป็นหลักฐานเทียบโอนหน่วยกิตกับมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ (ค่าเทียบโอน หน่วยละ 100 บาท)
  • ย้ายโอนจากสถาบันการศึกษาอื่น (กรณีไม่จบการศึกษาจากสถาบันอื่น)
    ผู้ที่เคยเรียนสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาอื่นๆ แต่ไม่จบการศึกษาและไม่เรียนสถาบันนั้นต่อแล้ว (ลาออก, รีไทร์) สามารถนำหน่วยกิตที่สะสมได้จากสถาบันเดิม เทียบโอนมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ จึงเรียนว่า ‘การย้ายโอน’ (ค่าเทียบโอน หน่วยละ 100 บาท)
  • หมดสถานภาพ นศ. จาก ม.ร.
    ผู้ที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหงมาก่อน แต่ยังไม่จบการศึกษา แต่สิ้นสถานภาพการเป็นนักศึกษาแล้ว (ขาดการลงทะเบียนเรียนต่อเนื่องจนขาดสภาพนักศึกษา, ครบ 8 ปีการศึกษา, ลาออกระหว่างเรียน) แต่ต้องการกลับมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกครั้ง สามารถเทียบโอนหน่วยกิตที่เคยสะสมไว้มาเรียนต่อได้ (ค่าเทียบโอน หน่วยละ 50 บาท)
  • เทียบโอนหน่วยกิต 2 สถาบัน
    กรณีเคยมีหน่วยกิตของ ม.รามคำแหง + มหาวิทยาลัยอื่นๆ นำมารวมหน่วยกิตกันได้
  • ปริญญาใบที่ 2 ม.ร. (จบใบแรกจาก ม.ร.)
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่จบการศึกษาปริญญาใบแรกแล้ว สามารถเทียบโอนหน่วยกิตมาเรียนอีกปริญญาได้ (ค่าเทียบโอน หน่วยละ 50 บาท)

* นิสิต/นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษาอื่น และกำลังวางแผนที่จะเรียนควบคู่กับมหาวิทยาลัยรามคำแหง จะไม่มีสิทธิเทียบโอนหน่วยกิต(เนื่องจากยังไม่จบการศึกษาจากสถาบันแรก) แต่สามารถสมัครเป็นนักศึกษาภาคปกติ แบบไม่ใช้สิทธิเทียบโอนหน่วยกิตได้

การสมัครแบบเทียบโอนหน่วยกิตผ่านระบบออนไลน์

          ผู้สมัครสามารถสมัครและเทียบโอนหน่วยกิตผ่านระบบรับสมัครได้เลย โดยมีขั้นตอน คือ เมื่อทำการกรอกข้อมูลการสมัครในระบบ และจะต้องเลือกวิชาที่จะลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนนี้ และให้ทำการอัพโหลเอกสารการสมัครเข้าสู่ระบบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่คณะทำการพิจารณาเอกสารการเทียบโอน โดยจะพิจารณาเอกสารการเทียบโอนควบคู่กับรายวิชาที่ผู้สมัครเลือกลงทะเบียนเรียนเอาไว้ ไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน หากเจ้าหน้าที่อนุมัติการลงทะเบียนเรียน จึงค่อยทำการชำระเงินค่าสมัครฯ (ค่าสมัครนี้เป็นค่าลงทะเบียนเรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ระบุเอาไว้ โดยยังไม่รวมกับค่าเทียบโอนหน่วยกิต) เมื่อชำระเงินค่าสมัครแล้วให้ดำเนินการในขั้นตอนการสมัครต่อไป

เทียบโอนได้กี่หน่วยกิต ?

          ผู้สมัครเป็นนักศึกษาใหม่ สามารถทราบจำนวนหน่วยกิตที่สามารถเทียบโอนเบื้องต้นได้ โดยดูรายละเอียดจาก “หลักเกณฑ์การเทียบโอนหน่วยกิต” ที่ระบุไว้ท้ายแผนกำหนดการศึกษาของแต่ละคณะ ซึ่งอยู่ใน “ระเบียบการรับสมัคร” ดังภาพ

ค่าเทียบโอนหน่วยกิต

          ค่าเทียบโอนหน่วยกิต จะไม่รวมกับค่าสมัครและลงทะเบียนเรียนในเทอมแรก โดยคิดค่าเทียบโอนหน่วยกิตตามจำนวนหน่วยกิตที่เทียบโอนได้ ดังนี้

  • กรณีเทียบโอนหน่วยกิตจากสถาบันอื่น(ป.ตรีมหาวิทยาลัยอื่น, ปวส.) คิดอัตราหน่วยกิตละ 100 บาท
  • กรณีเทียบโอนหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยรามคำแหง(มีหน่วยกิตของม.รามคำแหงอยู่ ทั้งที่เรียนจบแล้ว และยังไม่จบ รวมถึงหน่วยกิตจากระบบพรีดีกรี) คิดอัตราหน่วยกิตละ 50 บาท (โปรโมชั่นลดค่าเทียบโอนกรณีนี้เท่านั้น ลดราคาออนท็อปไปอีก 50%)

*ผู้สมัครสามารถชำระค่าเทียบโอนหน่วยกิตโดยไม่มีค่าปรับได้ภายใน 1 ปีการศึกษา(เกิน 1 ปีมีค่าปรับภาคการศึกษาละ 300 บาท) โดยไม่สามารถผ่อนชำระ หรือแบ่งเป็นงวดได้

ผู้สมัครผ่านระบบออนไลน์

         เมื่อถึงขั้นตอนการเลือกวิชาลงทะเบียนเรียน ให้ผู้สมัครสังเกตตัวเลือก “ช่องทางการชำระเงิน” ที่อยู่ด้านล่างของหน้าเว็บไซต์ โดยสามารถเลือกวิธีการชำระเงินค่าสมัครได้ 1 วิธี จาก 4 ช่องทาง ดังนี้

  • ชำระเงินผ่านการแสกน QR Code Payment ด้วยแอปพลิเคชันธนาคารใดก็ได้
  • ชำระเงินผ่านเค้าน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ (พิมพ์ใบชำระเงินในขั้นตอนการรับสมัคร และนำไปยื่นชำระเงินที่ธนาคารไทยพาณิชย์เท่านั้น)
  • ชำระเงินผ่านเค้าน์เตอร์เซอร์วิซ ในร้าน 7-Eleven ((พิมพ์ใบชำระเงินในขั้นตอนการรับสมัคร และนำไปยื่นร้านเซเว่นอีเลฟเว่นสาขาใดก็ได้)
  • ชำระเงินผ่านบัตรเครดิต กรอกข้อมูลบัตรเครดิตและทำตามขั้นตอนการชำระเงินในเว็บไซต์
สมัครด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัย

         เมื่อถึงขั้นตอนสุดท้ายผู้สมัครจะต้องชำระเงินที่มหาวิทยาลัย โดยวิธีการชำระด้วยเงินสด หรือชำระผ่านบัตรเครดิต(ธนาคารทหารไทย)

นักศึกษาส่วนกลาง (ภาคปกติและพรีดีกรี)

ค่าใช้จ่ายที่จะต้องชำระในการลงทะเบียนเรียน ประกอบด้วย
(1) ค่าบำรุงการศึกษา นศ.ภาคปกติ 800 บาท / พรีดีกรี 500 บาท
(2) ค่าบริการสารสนเทศ 100 บาท
(3) ค่าหน่วยกิต ภาคปกติ หน่วยละ 25 บาท / พรีดีกรี หน่วยละ 50 บาท
ถ้าลงทะเบียนเรียนหลายวิชา ก็จะมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามไปด้วย
สรุปแล้ว ภาคเรียนต่อ ๆ ไป จะมีค่าใชัจ่าย 1,125 – 1,450 บาท สำหรับภาคปกติ และ ค่าใช้จ่าย 1,050-1,700 บาท สำหรับพรีดีกรี

นักศึกษาส่วนภูมิภาค (ภาคปกติและพรีดีกรี)

ค่าใช้จ่ายที่จะต้องชำระในการลงทะเบียนเรียน ประกอบด้วย
(1) ค่าบำรุงการศึกษา 600 บาท / พรีดีกรี 300 บาท
(2) ค่าบริการสารสนเทศ 100 บาท
(3) ค่าหน่วยกิต หน่วยละ 50 บาท ทั้งภาคปกติและพรีดีกรี
(4) ค่าธรรมการสอบ วิชาละ 60 บาท
ถ้าลงทะเบียนเรียนหลายวิชา ก็จะมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามไปด้วย
สรุปแล้ว ภาคเรียนต่อ ๆ ไป จะมีค่าใชัจ่าย 1,330-2,700 บาท สำหรับภาคปกติ และ ค่าใช้จ่าย 1,030-2,320 บาท สำหรับพรีดีกรี

หากนักศึกษาที่สมัครใหม่ ต้องการลงทะเบียนเรียนเพิ่ม, สับเปลี่ยนวิชา หรือแก้ไขวิชาที่ได้ทำการยืนยันการลงทะเบียนในขั้นตอนการสมัครไปเรียบร้อยแล้ว สามารถดำเนินการขอแก้ไขการลงทะเบียนเรียนโดยการ “บอกเลิก-บอกเพิ่มกระบวนวิชา” ได้ 1 ครั้ง ผ่านระบบ e-Service ตามกำหนดการที่มหาวิทยาลัยแจ้งไว้ในปฏินการศึกษา

การบอกเลิก-บอกเพิ่ม คืออะไร
คือการแก้ไขการลงทะเบียนเรียน หากพบว่า อยากลงทะเบียนเรียนเพิ่มอีก 1,2,3,… วิชา หรือ ต้องการนำวิชาใดๆออกไปและนำวิชาใหม่มาทดแทน โดยคำนวณหน่วยกิตแล้วต้องอยู่ระหว่าง 9-22 หน่วยกิต

ตัวอย่างที่ 1 ตอนแรก ลงทะเบียนเรียนไป 12 หน่วยกิต จำนวน 4 วิชา ประกอบด้วย
– วิชา A (จำนวน 3 หน่วยกิต)
– วิชา B (จำนวน 3 หน่วยกิต)
– วิชา C (จำนวน 3 หน่วยกิต)
– วิชา D (จำนวน 3 หน่วยกิต)
แต่ต้องการลงทะเบียนเรียนวิชา E, F, G เพิ่มเติมก็ได้ โดยแจ้ง “บอกเพิ่ม” วิชาจำนวน 3 วิชาดังกล่าว แต่คำนวณหน่วยกิตแล้วต้องไม่เกิน 22 หน่วยกิต

ตัวอย่างที่ 2 ตอนแรก ลงทะเบียนเรียนไป 12 หน่วยกิต จำนวน 4 วิชา ประกอบด้วย
– วิชา A (จำนวน 3 หน่วยกิต)
– วิชา B (จำนวน 3 หน่วยกิต)
– วิชา C (จำนวน 3 หน่วยกิต)
– วิชา D (จำนวน 3 หน่วยกิต)
แต่พบว่า ไม่ต้องการเรียนวิชา D อีกต่อไปแล้ว แต่จะเปลี่ยนเป็นวิชา E (จำนวน 3 หน่วยกิตเท่าเดิม) เข้ามาแทน กรณีนี้ก็สามารถทำได้ โดยแจ้ง “บอกเลิก” วิชา D ออกไป และแจ้ง “บอกเพิ่ม” วิชา E เข้ามาแทน โดยคำนวณหน่วยกิตสรุปแล้วเท่าเดิม (ไม่สามารถบอกเลิกวิชา D ออกไปเฉยๆนะ แต่ต้องมีวิชาอื่นเข้ามาแทนด้วย)

เมื่อทราบข้อมูลแล้ว ไม่ต้องห่วงเลยว่าวิชาที่เราลงทะเบียนตอนสมัครนั้นจะแก้ไขไม่ได้ ตอนนี้ขอให้ดำเนินการสมัครให้เสร็จสิ้นทุกขั้นตอน วางแผนว่าจะสับเปลี่ยน หรือนำวิชาใดเข้า/ออกแบบไหนได้เลย และรอกำหนดการ “บอกเลิก-บอกเพิ่มกระบวนวิชา” ได้เลย

บอกเลิก-บอกเพิ่ม ทำได้ตอนไหน ดูได้จากปฏิทินการศึกษา คลิกเลย

หลักจากที่ทำการสมัครเป็นนักศึกษาใหม่เรียบร้อยแล้ว นักศึกษาใหม่ทุกท่านสามารถจัดทำ “ตารางเรียน” ส่วนบุคคลเอาไว้ใช้ประกอบหากต้องการมาเรียนที่มหาวิทยาลัย และตารางเรียนที่จะแนะนำวิธีการทำนี้ จะมีรายละเอียดการสอบ/วันสอบไล่ปลายภาคของเราอยู่ด้วย

อ่านวิธีการทำตารางเรียนของตัวเองได้ที่นี่ คลิก

ราคาหนังสือ

ตรวจสอบราคาหนังสือ/ตำราเรียนของมหาวิสามารถตรวจสอบราคาหนังสือแต่ละเล่มได้ที่เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ ม.ร. http://www.rupress.ru.ac.th/bookstore/ และทำการค้นหาชื่อหนังสือตามรหัสวิชาตามที่ต้องการ

ช่องทางการสั่งซื้อหนังสือ
  • สั่งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ http://www.rupress.ru.ac.th/bookstore/ 
    (ช่วงสถานการณ์โควิด-19 จะใช้เวลาการจัดส่งนานกว่าปกติ)
  • ซื้อด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์หนังสือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อาคารสำนักพิมพ์ ชั้น 3 ม.รามคำแหง หัวหมาก(รามฯ 1)
    เปิดบริการในวัน จันทร์-ศุกร์ 9.00-15.30 น. และบางเสาร์-อาทิตย์ 9.00-15.00 น.
    ดูวันเปิดจำหน่ายของศูนย์หนังสือ คลิก
คลิกที่นี่เพื่อดูภาพใหญ่
  • เสื้อ/กระโปรง/กางเกง สามารถเลือกซื้อสถานที่ใดก็ได้ตามความสะดวก
  • ตุ้งติ้ง/เข็มกลัดพ่อขุน/เข็มขัดตรามหาวิทยาลัย มีจำหน่ายที่สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง และช่องทางออนไลน์ของสำนักพิมพ์ หรือเลือกซื้อที่ใดก็ได้ตามความสะดวก
  • คำแนะนำของรอบรั้วรามฯ : นักศึกษาสามารถปรับการแต่งกายตามสไตล์ของตัวเองได้ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานความเรียบร้อยเหมาะสมกับเวลาและสถานที่ 😉
แผนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก (รามฯ 1) – ส่วนกลาง

คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่

หน้าเว็บไซต์ที่ท่านกำลังเข้าชมอยู่ในขณะนี้ เป็นรายละเอียดและข้อมูลสำคัญของ “หลักสูตรปริญญาตรี ภาคปกติ และพรีดีกรี” หากท่านต้องการดูรายละเอียดหลักสูตรอื่นๆ เช่น ภาคพิเศษ, โครงการพิเศษ, หลักสูตรนานาชาติ ฯลฯ สามารถเข้าผ่านลิงก์ด้านล่างนี้

  • ภาคพิเศษ, โครงการพิเศษ (เรียนนอกเวลาราชการ, เรียนวันหยุด, เรียนวันเดียว,บังคับเข้าชั้นเรียน)
    ดูรายละเอียดได้ที่นี่ http://www.aroundram.com/special-courses/
  • หลักสูตรนานาชาติ (หลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ)
    สถานบันการศึกษานานาชาติ http://www.iis.ru.ac.th/

คำชี้แจง
เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์รับสมัครทางการของมหาวิทยาลัยรามคำแหง
จัดทำโดย ทีมงาน Facebook : รอบรั้วรามฯ
เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลการรับสมัครฯของมหาวิทยาลัยเหมือนกับหน่วยงานอื่นๆ 🙂