• aroundram.com › นักศึกษาต้องรู้
วิธีทำตารางเรียนด้วยตัวเอง

นักศึกษาส่วนภูมิภาค คลิกที่นี่
นักศึกษาส่วนกลาง อ่านต่อด้านล่างได้เลย


สำหรับนักศึกษาที่สมัครใหม่(ส่วนกลาง) คงจะได้ลงทะเบียนเรียนตามที่มหาวิทยาลัยแนะนำให้ลงทะเบียนเรียนไปแล้ว แต่บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าวิชาที่ลงทะเบียนเรียนไปนั้น เรียนที่ไหน? เรียนวัน? กี่โมง? อาจารย์ผู้สอนคือใครสอน? และวิชานั้นจะสอบวันไหน?
และมหาวิทยาลัยจะไม่แจกตารางเรียนให้นักศึกษาเป็นรายบุคคล แต่นักศึกษาจะต้องจัดทำตารางเรียนด้วยตนเอง โดยวิธีง่ายๆ ดังนี้

เตรียมข้อมูล ให้เตรียมข้อมูลดังต่อไปนี้ 1. วิชาที่เราลงทะเบียนเรียนเทอมนี้ มีวิชาอะไรบ้าง (ดูข้อมูลการลงทะเบียนเรียนได้จาก ใบเสร็จค่าสมัครและลงทะเบียนเรียน, หรือดูที่สถานะการสมัครในเว็บไซต์ที่เราสมัครผ่านระบบออนไลน์)
2. ให้ดาวน์โหลด “ตาราง ม.ร.30” ภาคปัจจุบันลงในไว้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ (ดาวน์โหลดคลิก)

เมื่อเตรียมหลักฐาน 2 อย่างแล้ว มาเริ่มวิธีการทำตารางเรียนกันเลย…

ขั้นตอนการทำตารางเรียน 1. ตีตารางง่ายๆ ประกอบด้วย ชื่อวิชา, วัน/เวลาเรียน, สถานที่เรียน, วันสอบ (ดังภาพตารางตัวอย่างด้านล่าง ) และเขียนรหัสวิชาที่เราได้ทำการลงทะเบียนเรียนไปในภาคเรียนนี้ (รหัสวิชา คือ ตัวอักษรภาษอังกฤษ3หลัก+ตัวเลข4หลัก เช่น ACC1102)
2. ให้เปิดไฟล์ “ตาราง ม.ร.30” ของภาคการศึกษานี้ จะมีหน้าตาเหมือนภาพด้านล่างนี้
อธิบายข้อมูลใน “ตาราง ม.ร.30” (จากภาพด้านบนนี้)
  • ช่องที่ 1 “ACC1102(3) หมายถึง รหัสวิชา+(จำนวนหน่วยกิต)
  • ช่องที่ 2 “(AC102)PRINCIPLES ACCOUNTING2 หมายถึง (รหัสวิชาเก่า)+ชื่อวิชาภาษาอังกฤษ
  • ช่องที่ 3 “M 0930-1120 หมายถึง วันเรียน+คาบเวลาเรียน คือ 
    M=Monday(วันจันทร์) เวลาเรียนคือ 09.30-11.20 น.
    วันเรียนอื่น ๆ คือ 
    TU=Tuesday=วันอังคาร, 
    W=Wednesday=วันพุธ, 
    TH=Thursday=วันพฤหัสบดี, 
    F=Friday=วันศุกร์
    คาบเวลาเรียนอื่น ๆ คือ 07.30-09.20 หรือ 9.30-11.20 หรือ 11.30-13.20 หรือ 13.30-15.20 และ 15.30-17.20 น.
  • ช่องที่ 4 “KLB201 หมายถึง สถานที่เรียน (ชื่ออาคารเรียน)+(ห้องเรียน) เช่น KLB=อาคารกงไกรลาศ, 201=ชั้น 2 ห้อง 201
    ที่ตั้งของอาคารเรียนอื่นๆ และแผนที่มหาวิทยาลัย ราม1-ราม2 คลิก
  • ช่องที่ 5 “ASSOC.PROF.DR.KITTIY DR.NARINTIP
    หมายถึง ชื่ออาจารย์ผู้สอนในวิชานี้
  • ช่องที่ 6 “TU 24 NOV.2020 B = วันสอบของวิชานี้ แบ่งเป็น
    TU = Tuesday = สอบวันอังคาร
    24 = สอบวันที่ 24
    NOV = November = สอบเดือนพฤศจิกายน
    2020 = ปีค.ศ. 2020
    B = คาบสอบ B(บ่าย) คือ เวลา 14.00-16.30 น. นอกจากนี้ยังมีคาบสอบอื่นๆ คือ A(เช้า) = เวลา 09.30-12.00 น.
3. นำข้อมูลในตาราง มร.30 มาใส่ในตารางเรียนที่เราทำไว้ ตามวิชาที่เราได้ลงทะเบียนเรียนไป แค่นี้ก็เสร็จแล้ว ดังตัวอย่างนี้
ข้อสังเกตุ ข้อสังเกตุเรื่อง: วันสอบ
วันสอบของวิชา ACC1102 และ ECT1001 ตามตารางข้างต้น พบว่ามีวันสอบวันเดียวกัน แต่คาบสอบคือ B และ A ตามลำดับ สรุปคือ กรณีนี้สามารถลงทะเบียนเรียนได้แม้ว่าจะสอบวันเดียวกัน แต่คาบสอบไม่ซ้อนกัน
สมมติว่ามหาวิทยาลัยประประกาศห้องสอบออกมาแล้วว่าสอบเช้าที่รามฯ1 และบ่ายที่รามฯ 2 นักศึกษาอาจจะเหนื่อยกับการเดินทางไปมาระหว่างรามฯ1และรามฯ2 ในวันเดียวกัน แต่สามารถทำได้ครับ
ข้อสังเกตุเรื่อง: Section
การเลือก Section (Sec.) “เซค” คือ กลุ่มเรียน วิชาหนึ่งอาจจะแบ่งห้องเรียนออกเป็น 2 Sec. โดยแต่ละ Section จะเรียนคนละเวลากัน อาจารย์ผู้สอนอาจจะเป็นคนละคนกัน แต่สรุปแล้วเรียนเนื้อหาเดียวกัน นักศึกษาสามารถเลือกกลุ่มเรียนได้ตามความสะดวกได้เลย หากสะดวกจะเรียนกลุ่ม 1 ให้เข้าเรียนกลุ่ม 1 ไปตลอด อย่าสลับกลุ่มเรียนไปมาเพราะจะเรียนไม่เข้าใจ เพราะเรียนไม่ต่อเนื่องกับอาจารย์คนเดิม
ข้อสังเกตุเรื่อง: คาบสอบ
คาบสอบ A คือ สอบช่วงเช้า เวลา 09.30 – 12.00 น.
คาบสอบ B คือ สอบช่วงบ่าย เวลา 14.00 – 16.30 น.
คาบสอบ A,B ไม่ได้หมายถึงสอบทั้งเช้าและบ่าย แต่หมายถึง มหาวิทยาลัยยังไม่ได้กำหนดเวลาสอบที่แน่นอนของวิชานี้ มหาวิทยาลัยจะกำหนดเวลาสอบและสถานที่สอบให้ทราบ เมื่อใกล้ๆถึงวันสอบ ดังนั้น หากพบวิชาที่มีคาบสอบแบบนี้ ไม่ควรลงทะเบียนเรียนวิชาอื่นที่มีวันสอบตรงกับวันสอบของวิชานี้อีก เพื่อป้องกันคาบสอบซ้อนกัน
ประชาสัมพันธ์